ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791
ป่าเมฆอินทนนท์  (จ.เชียงใหม่)
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่ แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศ ไทย มีสภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิง อุทยานฯ มีเนื้อที่ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่

จุดเด่นของอุทยานฯ คือ ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดเขาสูง อากาศบน ยอดดอยหนาวเย็นตลอดปี ยามฤดูหนาวหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม ต้นไม้ใน บริเวณยอดแปลกไปกว่าที่อื่น เพราะมีสภาพคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ ตามต้นไม้มี ตะไคร่และมอสจับเขียวครึ้ม พรรณไม้ดอก เช่น กุหลาบป่า คล้ายกับที่ภู กระดึง แต่สูงใหญ่กว่ามาก จนเรียกกันว่า "กุหลาบพันปี" นอกจากนี้ยังมีลาน ข้าวตอกฤาษีซึ่งเป็นมอสชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่หนาแน่น มีสีเขียวสลับกับสีน้ำตาล อ่อน ๆ มอสชนิดนี้ขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่า นั้น

อุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับการชมพรรณไม้ป่าดิบเขาหรือป่าเมฆไว้ 2 เส้น ทาง คือ

ทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา
เส้นทางเดินนี้เป็นทางศึกษาธรรมชาติด้วยตนเอง ตั้งอยู่บริเวณใกล้ยอดดอยอินทนนท์มีระยะทางประมาณ 360 เมตร โดยได้กำหนดจุดสื่อความเข้าใจไว้ 11 จุด ลักษณะเส้นทางเป็นแบบวงรอบ จัดทำเป็นสะพานไม้ยก ระดับ เพื่อป้องกันการเหยียบย่ำสิ่งมีชีวิตบนดิน

ตลอดเส้นทางเราจะได้พบเห็นสภาพป่าดินเขาหรือป่าเมฆ ที่หลากหลายไปด้วยพืชพรรณของป่าเขตกึ่งร้อน เช่น กุหลาบพันปี ก่อชนิดต่าง ๆ รวมทั้งมอส เฟิร์น และกล้วยไม้ที่เกาะอาศัยอยู่ทั่วไปตามต้นไม้

เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
เส้นทางเดินป่าแห่งนี้อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 42 ทางด้านซ้ายมือเส้นทางขึ้นดอย ห่างจากทางเข้าพระ มหาธาตุฯ เพียงเล็กน้อย เป็นเส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ มาสัมผัสและเรียนรู้ธรรมชาติอย่างแท้จริง

เส้นทางผ่านสภาพป่าหลายลักษณะ มีตั้งแต่ป่าดิบชื้นบริเวณริมลำธารซึ่งมีไม้ดอกล้มลุกและเฟิร์นที่หายากหลาย ชนิด ช่วงที่เป็นป่าดิบเขามีไม้อิงอาศัยแปลก ๆ เช่น กล้วยไม้ ไก่แดง และมอสนานาชนิด นอกจากนี้ยังผ่านไหล่ผาซึ่ง มีป่ากุหลาบพันปีที่จะออกดอกบานสะพรั่งในฤดูหนาว การเดินในเส้นทางนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องแจ้งความประสงค์ และขออนุญาตเข้าใช้เส้นทาง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายและป้องกันรักษาสภาพพื้นที่ป่า

การเดินทาง
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ไปประมาณ 58 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาดอำเภอ จอมทอง เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ไปอีก 14 กิโลเมตร ก็จะถึงลานจอดรถ

หรือใช้บริการรถโดยสารจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังอำเภอจอมทอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร มีรถยนต์โดยสาร ขนาดเล็ก (สีเหลือง) และรถยนต์โดยสารประจำทาง (สีน้ำเงิน) จอดรอรับผู้โดยสารอยู่บริเวณประตูเชียงใหม่ และ จากอำเภอจอมทองไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก (สีเหลือง)จอดรอรับผู้โดยสาร อยู่ที่ตลาดอำเภอจอมทอง

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานฯ มีบ้านพัก เต็นท์สนามนอนคู่และสถานที่กางเต็นท์ไว้ บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อสอบถาม ได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ถนนอินทนนท์-จอมทอง กิโลเมตรที่ 31 อำเภอจอมทอง จังหวัด เชียงใหม่ 50160 หรือติดต่อส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. (02) 579-7223, 579-5734

*คำเตือน อากาศบนดอยอินทนนท์หนาวเย็นตลอดทั้งปี หากเดินทางไปเที่ยวหรือพักค้างบนนั้น ควรนำเสื้อกันหนาว ไปให้พร้อม
 
 
ป่าพรุสิรินธร  (จ.นราธิวาส)
มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นในที่ลุ่มน้ำขัง มีพื้นที่ในเขตอนุรักษ์ประมาณ 125,000 ไร่ โดยยังคงมีป่าสมบูรณ์ดั้งเดิม เหลืออยู่ประมาณ 57,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอตากใบ สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ประกาศจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และจัดสร้าง ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ดำเนินงานศึกษาวิจัยระบบ นิเวศป่าพรุ อีกทั้งจัดสร้างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุ เพื่อประชา สัมพันธ์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติของป่าพรุ

จากการสำรวจโดยนักพฤกษศาสตร์ทำให้ทราบว่า ในป่าพรุแห่งนี้ มีพืชพรรณไม้ดอกอยู่ประมาณ 109 วงศ์ จำนวน 450 ชนิด พืชไร้ดอกจำพวกเฟิร์นประมาณ 15 วงศ์ จำนวน 40 ชนิด และยังไม่รวมพืชชั้นต่ำจำพวกมอส อีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกสำรวจอย่างทั่วถึง

การที่ป่าพรุโต๊ะแดงตั้งอยู่ค่อนมาทางส่วนปลายของคาบสมุทรมลายู ทำให้ได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขต มาเลเซีย ต้นไม้หลายชนิดจึงพบเห็นได้เฉพาะในป่าพรุแห่งนี้เท่านั้น เช่น หมกแดง ปาหนันช้าง พืชในวงศ์กระดังงา ที่มีดอกใหญ่ และยังกล้วยไม้กับพืชเล็ก ๆ แปลกตาอีกมากมาย

การเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร
เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร เป็นสะพานไม้ยกพื้นผ่านเข้าไปใจกลางป่าพรุ สามารถใช้เวลาเพื่อ เดินศึกษาธรรมชาติอย่างทั่วถึงประมาณ 30-45 นาที โดยนำพาผู้เดินผ่านไปตามจุดสื่อความหมายธรรมชาติจุด ต่าง ๆ ซึ่งจะพบเห็นบรรดาพืชพรรณป่าพรุที่น่าสนใจได้อย่างใกล้ชิด เช่น บริเวณทุ่งน้ำขัง ซึ่งมีพืชล้มลุกนานาชนิด ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น อย่างเช่น พืชในวงศ์กกชนิดต่าง ๆ อาจได้เห็นกล้วยไม้หายากชื่อว่า เอื้องหวายดิน ที่ผลิดอกสี ม่วงอ่อน

เมื่อผ่านเข้าไปในแนวป่าทึบจะได้พบพรรณไม้ป่าพรุที่หาชมได้ยาก เช่น ต้นปาหนันช้าง ต้นหลุมพี กะพ้อแดง ส่วนตามต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ จะมีพืชที่ขึ้นเกาะอาศัยอยู่บนผิวลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้อื่น อันได้แก่ กล้วยไม้ เฟิร์น นมตำเรีย และเตยเลื้อย

การเดินทาง
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ใกล้กับคลองโต๊ะ แดง ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

จากกรุงเทพฯ สู่นราธิวาส มีเที่ยวบินและรถบัสปรับอากาศชั้นหนึ่งบริการทุกวัน จากนั้นจึงเดินทางต่อด้วยรถ ประจำทางของท้องถิ่น สู่อำเภอสุไหงโก-ลก หากเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ จะค่อนข้างสะดวกกว่า เพราะ สถานีปลายทางอยู่ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จากตัวอำเภอสุไหงโก-ลก ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4057 สุไหงโก-ลก-ตากใบ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 5 เลี้ยวซ้ายตรงแยกชวนะนันท์ เข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรตามป้ายบอกทาง หากไม่ได้นำรถมาเอง สามารถใช้บริการรถรับจ้างจากตัวเมืองสุไหงโก-ลก ได้โดยสะดวก

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
เนื่องจากศูนย์วิจัยฯ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุไหงโก-ลกและด่านสุไหงโก-ลก ชายแดนไทยกับมาเลเซีย อันเป็น แหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ฉะนั้นที่ตัวเมืองสุไหงโก-ลก จึงมีสิ่งอำนวย ความสะดวกต่าง ๆไว้รองรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นอย่างพร้อมพรั่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ตลอดจนแหล่งจำหน่ายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ช่วงเวลาที่ เหมาะสมในการมาเที่ยวชม คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนเมษายน เพราะมีฝนตกน้อยกว่าเดือนอื่น ๆ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ตู้ ป.ณ. 37 อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 96120 สำนักงาน ททท.ภาคใต้ เขต 3 (ภาคใต้ตอนล่าง) ศูนย์บริการข่าวสารอำเภอสุไหงโก-ลก ถนนเอเชีย 18 อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 96120 โทร. (073) 612126, 615230 โทรสาร 615230
 
 
ป่าสนภูกระดึง  (จ.เลย)
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ประกอบด้วยภูเขาที่มี ธรรมชาติสวยงามมาก ที่ราบบนยอดภูกระดึงเป็นสังคมของพืชเมืองหนาว

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาหินทรายที่มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ สลับกับเนินเตี้ย ๆ ยอดภูกระดึงประกอบไปด้วยป่าสนสลับป่าก่อและทุ่งหญ้า มีพรรณไม้ดอกไม้ใบขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตก ลำธารและลานหิน

สภาพภูมิอากาศบนภูกระดึงเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมากจน บางครั้งอุณหภูมิลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูฝนอากาศแปรปรวน บ่อยครั้งมีหมอกและฝนลอยต่ำ ฝนตกชุก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติบางประการ เช่น ดินถล่มตามหน้าผาสูงชัน และน้ำป่าไหลรุนแรงตามลำธาร เชิงเขา

ป่าไม้ในเขตอุทยานฯ มีหลายชนิด เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีพรรณไม้ ดอกที่สวยงามออกดอกบานสะพรั่งสลับกันไปในแต่ละฤดูกาล

การเดินป่าชมพรรณไม้บนภูกระดึงมีด้วยกันหลายจุด ได้แก่

- ทางเดินขึ้นสู่หลังแป
ตลอดทางเดินขึ้นสู่ที่ราบบนภูกระดึง จะผ่านสภาพป่าประเภทต่าง ๆ นับตั้งแต่ป่าเต็งรัง ที่ต้นไม้จะเปลี่ยนสีใบ เป็นสีเหลืองแดงทั่วป่าช่วงฤดูแล้ง ป่าเบญจพรรณที่หลากหลายไปด้วยไม้ยืนต้นชนิดต่าง ๆ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ซึ่งจะมีไม้พื้นล่างเล็ก ๆ ที่น่าสนใจ อย่างพวกกล้วยไม้ดินชนิดต่าง ๆ และก่อนถึงหลังแปก็จะพบป่าดิบเขาที่มีไม้ เขตอบอุ่นจำพวกสนสามพันปี มะขามป้อมดง และพญาไม้

- ทางเดินเลียบผา
เส้นทางเลียบหน้าผาทางด้านใต้บนภูกระดึง เราจะพบป่าสนสองใบและสามใบที่มีไม้พื้นล่างจำพวกกระเจียว เปราะภู และไม้ล้มลุกผลิตดอกใบขึ้นมาสลับกันในตามฤดูกาล พวกต้นไม้กินแมลงจำพวกหม้อข้าวหม้อแกงลิง และ หยาดน้ำค้างก็พบบริเวณนี้ นอกจากนั้น ตามลานหินมีกล้วยไม้เฟิร์น มอส และไลเคน ที่น่าชมมากมาย

- ทางเดินป่าดิบและน้ำตก
เส้นทางที่ตัดผ่านป่าดิบไปยังน้ำตกต่าง ๆ จะพบพรรณไม้ที่โดยเด่นบนภูกระดึงนั่นคือ ต้นก่วมแดง หรือเมเปิล ไม้เมืองหนาวที่จะเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงสดในฤดูหนาว และกุหลาบแดงกับกุหลาบขาวที่พบตามป่าละเมาะเขาใกล้ ลำธาร ส่วนบริเวณป่าดิบชื้นรอบน้ำตกจะมีเฟิร์นและกล้วยไม้เล็ก ๆ ที่น่าสนใจนานาชนิด

การเดินทางจากกรุงเทพฯ
ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตัวเมืองสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านเขต จังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ เมื่อผ่านบ้านถ้ำพระมาประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบสี่แยกใหญ่ ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง หลวงหมายเลข 12 สู่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อผ่านอำเภอดอนสารไปแล้วจะพบสามแยกใหญ่ ให้เลี้ยว ซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 201 สู่จังหวัดเลย จากนั้นแยกซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2019 ที่กิโลเมตรที่ 276 ประมาณ 8 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณบ้านศรีฐาน ทางขึ้นภูกระดึง

นอกจากนี้ มีรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เลย ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) ทุกวัน โดยลงรถที่ บ้านผานกเค้า จังหวัดเลย ติดต่อรถสองแถวเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ที่ร้านเจ๊กิม หรือลงรถที่แยกอำเภอภูกระดึง แล้วนั่งรถสองแถวประจำทางเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว เรือนแถว 2 หลัง เต็นท์ 300 หลัง นักท่องเที่ยว สามารถนำเต็นท์ขึ้นไปเองได้ โดยกางเต็นท์ในบริเวณที่จัดไว้เท่านั้น เสียค่าธรรมเนียมคนละ 5 บาท

สำหรับอาหารและเครื่องดื่มมีบริการขายที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีร้านค้า หลายร้านบนยอดภู

ติดต่อสอบถามราละเอียดและสำรองที่พักได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. (02) 579-7223, 579-5734 หรือที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัด เลย 42180 ถ้าจะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่าง ๆ ควรจองบ้านพักล่วงหน้า

อุทยานฯ จะปิดไม่ให้ท่องเที่ยว ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ทั้งนี้เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว และป้องกัน อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูฝน

 
 
ป่าดิบเขาใหญ่  (จ.นครราชสีมา)
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตคาบเกี่ยวกับ 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก เป็นป่าผืนใหญ่ในเทือก เขาพนมดงรัก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำลำตะคอง แม่น้ำลำพระเพลิง และห้วยมวกเหล็ก มีเนื้อที่ 2,168.64 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,396.96 ไร่

สภาพทั่วๆ ไปประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนกันหลาย ลูก ได้แก่ เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด 1,351 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เขาแหลม เขาเขียว เขาสามยอด เขาฟ้าผ่า เขากำแพง เขาสมอปูน และเขาแก้ว และยังประกอบ ด้วยทุ่งกว้างสลับป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์

บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทาง แต่มีบางเส้นทางเท่านั้นที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว เส้นทางบางสายมีทางแยกสับสน ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับผู้เดินป่าใหม่ ๆ จึงควรติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ช่วยนำทางไป นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอแผนที่เส้นทางเดินป่า คำแนะนำ และขอให้เจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวติดกับที่ทำการฯ

เส้นทางเดินป่าที่นักท่องเที่ยวนิยมเดิน ได้แก่
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 1 (กองแก้ว-เหวสุวัต)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 3 (กองแก้ว-ผากล้วยไม้)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 4 (ผากล้วยไม้-เหวสุวัต)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 5 (เหวสุวัต-ทุ่งหญ้าเขาแหลม)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 6 (ที่ทำการฯ-หนองผักชี)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 8 (กองแก้ว-ถนนสนามกอล์ฟ)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 9 (ที่ทำการฯ-มอสิงโต)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 12 (ด่านช้าง-บึงไผ่)
- เส้นทางเดินป่าหมายเลข 13 (หนองผักชี-คลองอีเฒ่า)

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ เดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยรถยนต์ส่วนตัวได้ 3 เส้นทาง ได้แก่

1. จากถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต ประตูน้ำพระอินทร์ สระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ผ่านมวกเหล็ก เลี้ยวขวาก่อนถึงอำเภอปากช่อง บริเวณกิโลเมตรที่ 56 มีป้ายบอกทาง ชิด ซ้ายขึ้นสะพานลอยรถข้ามไปตามทางหลวงหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ตามทางถนนสายนี้ มี รีสอร์ทของเอกชนเรียงรายอยู่เป็นระยะ กิโลเมตรที่ 23 ของถนนเจอด่านตรวจฯ ด่านศาลเจ้าพ่อ นักท่อง เที่ยวต้องจอดรถลงไปเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ แล้วขับรถไปตามถนนที่คดเคี้ยวอีก 15 กิโลเมตร ถึงที่ทำการฯ รวมระยะทาง 205 กิโลเมตร
2.จากถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต หนองแค เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ที่หินกอง ผ่านตัวเมืองนครนายกถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนปราจีนบุรี-เขาใหญ่ (ถนน หมายเลข 3077) เข้าสู่อุทยานฯ ด้านด่านตรวจฯ เนินหอม รวมระยะทาง 190 กิโลเมตร
3.จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต เข้าทางหลวงหมายเลข 305 มุ่งสู่ตัวเมืองนครนายก แล้วเข้า ทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) เมื่อถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ปราจีนบุรี-เขาใหญ่ เข้าสู่อุทยานฯ ด้านด่านตรวจฯ เนินหอม

ทางรถโดยสารประจำทาง หากเดินทางขึ้นด้านอำเภอปากช่อง ต้องขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายตะวันออก เฉียงเหนือ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หรือขึ้นรถไฟสายอีสานลงที่อำเภอปากช่อง ติดต่อเหมารถรับจ้างให้ไป ส่งที่ทำการอุทยานฯ หากต้องการประหยัดก็ขึ้นรถโดยสารปากช่อง-เขาใหญ่ หมดระยะที่ด่านตรวจฯ ด่านศาลเจ้า พ่อ โบกรถขึ้นเขาใหญ่

ถ้าต้องการขึ้นเขาใหญ่ด้านจังหวัดปราจีนบุรี ต้องนั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี หรือกรุงเทพฯ- อรัญประเทศ ลงระหว่างทางสี่แยกเนินหอมเพื่อโบกรถหรือเหมารถขึ้นเขาใหญ่

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่มีบริการบ้านพัก ผู้ที่ต้องการค้างคืนบนเขาใหญ่จึงต้องกางเต็นท์ ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่กางเต็นท์บริเวณผากล้วยไม้ สำหรับผู้ที่ไม่มีเต็นท์ ทางอุทยานมีเต็นท์ให้เช่าในราคาคืนละ 80, 120 และ 150 บาท สำหรับเต็นท์ขนาด 2, 4 และ 6 คนนอน แต่ไม่มีเครื่องนอนให้ สำหรับค่ายพักเยาวชน ซึ่งเป็นเรือน นอนโล่ง ทางอุทยานฯ จัดไว้สำหรับเป็นที่พักของเยาวชนที่มาทัศนศึกษา แต่บางครั้งก็อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้า พักได้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการพักผ่อน ไม่เจาะจงที่จะพักค้างแรมบนเขาใหญ่ สามารถใช้ บริการของรีสอร์ทของเอกชนนอกเขตอุทยานฯ ตลอดสองข้างทางถนนธนะรัชต์ได้
 
 
ทุ่งดอกไม้แสลงหลวง  (จ.เพชรบูรณ์)
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอหล่มสัก อำเภอเมือง อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 1,262.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 789,000 ไร่

สภาพโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่าสูง ๆ ต่ำ ๆ ทาง ด้านตะวันตกเป็นเทือกเขาหินปูนทอดเป็นแนวยาวเหนือ-ใต้ ตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงหลายแห่ง มีจุดสูงสุดคือ บริเวณเขาแค สูง จากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,028 เมตร อันเป็นต้นน้ำลำธาร หลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์ และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม อันเป็นแหล่งทุ่งหญ้าธรรมชาติ แบบสะวันนาสลับป่าสน และป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งของ ประเทศไทย

ผู้ที่มาศึกษาธรรมชาติและชมพรรณไม้ มีเส้นทางให้เลือกเดินหลายเส้นทาง ได้แก่

เส้นทางเดินไปทุ่งแสลงหลวง
ทุ่งแสลงหลวงเป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา สภาพพื้นที่เป็นทุ่งหญ้าโล่งใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 10 ตาราง กิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านทุ่งหญ้าคาสลับป่าเบญจพรรณที่มีไม้ดอกล้มลุกแปลก ๆ ผุดขึ้นมาให้ชมในช่วงฤดู ฝน

เส้นทางเดินไปทุ่งพญา
นักท่องเที่ยวมักเดินทางเข้าไปกางเต็นท์พักแรม เพื่อชื่นชมความงามของป่าสนท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ใน ช่วงปลายฤดูฝนและฤดูหนาว ต้นสนที่ขึ้นอยู่ในป่าแห่งนี้เป็นสนสองใบ มีขนาดสูงใหญ่มากกว่าที่ใด ๆ ในประเทศ ไทย ตามกิ่งสนเราได้พบกล้วยไม้อิงอาศัยที่หาชมได้ยาก นั่นคือ เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่

เส้นทางเดินไปแก่งวังน้ำเย็น
อยู่ระหว่างเส้นทางเดียวกับทางไปทุ่งโนนสน ระหว่างเส้นทางสู่แก่ง สภาพป่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากทุ่งหญ้า สู่ป่าเต็งรัง สลับด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณ

ส่วนบริเวณป่าดิบชื้นริมลำธารน้ำตก จะมีความหลากหลายของพืชพรรณไม้ใหญ่ ที่พื้นป่าก็มีพรรณไม้แปลกตา ขึ้นอยู่มากมาย อย่างพืชจำพวกเฟิร์นและบอนต่าง ๆ

เส้นทางเดินไปทุ่งโนนสน
ทุ่งโนนสนเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานฯ บนยอดเขาโคกสน ลักษณะคล้ายทุ่ง แสลงหลวงและทุ่งพญา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิดผลัดกันเบ่งบานสะพรั่ง เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน กระดุมทอง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถปีนัง หงอนนาค หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง ฯลฯ เหมาะแก่การเดินป่า และพักแรม โดยเดินทางจากหน่วยจัดการอุทยานฯ (หนองแม่นา) ระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร เป็นทางรถยนต์ (ขับเคลื่อนสี่ล้อ) ประมาณ 17 กิโลเมตร และทางเดินเท้าประมาณ 14 กม.

การเที่ยวทุ่งโนนสนควรจะไปประมาณช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนธันวาคม เนื่องจากเป็นช่วงหมดฝน ทำให้การเดินป่าไม่ลำบากมากนัก

การเดินทาง
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 80 สามารถ เดินทางไปถึงได้ 2 เส้นทาง

- เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 32 จนถึงนครสวรรค์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 117 ถึงพิษณุโลก แล้วเดินทางต่อโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-วังทอง-หล่มสัก จนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 80 รวมระยะทางสายนี้ทั้งหมดประมาณ 450 กิโลเมตร

- เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 21 ผ่าน จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก โดยเดินทางย้อนไปทาง จังหวัดพิษณุโลก จนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 80 รวมระยะทางของเส้นทางสายนี้ประมาณ 460 กิโลเมตร

หน่วยจัดการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสดงหลวง (หนองแม่นา) อยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่อุทยานฯ ห่างจากที่ทำ การฯ ประมาณ 60 กิโลเมตร หากเดินทางจากที่ทำการฯ ให้ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก ไปทางหล่มสัก 20 กิโลเมตร เมื่อถึงสามแยกแค้มป์สน เลี้ยวขวาไปทางอำเภอเขาค้อ ผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยก เลี้ยวขวาผ่านหน้าพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาเข้าตรงป้าย

- สำหรับที่พัก บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มี 8 หลัง พักได้หลังละ 6, 12 และ 14 คน ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ 5 บาท/คน /คืน (ทางอุทยานฯ ไม่มีเต็นท์ให ้เช่า นักท่องเที่ยวต้องนำไปเอง)

บริเวณหน่วยจัดการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) ตำบลหนองแม่นา มี 2 หลัง พักได้หลังละ 14 คน ค่ายพักแรม (ต้องนำเครื่องนอนมาเอง) มี 2 หลัง พักได้หลังละ 40 คน ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ 5 บาท/คน/คืน (ทางอุทยานฯ ไม่มีเต็นท์ให้เช่า ต้องนำมาเอง) ติดต่อจองบ้านพักได้ที่ ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. (02) 579-7223, 579-5734

ในกรณีไปพักแรมที่ทุ่งโนนสน ต้องแจ้งรายละเอียดการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่นำทาง ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตู้ ปณ.64 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
 
 
ป่าใต้เขาหลวง  (จ.นครศรีธรรมราช)
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีเนื้อที่ประมาณ 356,250 ไร่ ครอบคลุม พื้นที่บางส่วนของอำเภอท่าศาลา อำเภอลานสกา อำเภอเมือง อำเภอพรหมคีรี อำเภอฉวาง อำเภอพิปูน และกิ่งอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่ สูงที่สุดในภาคใต้คือ ยอดเขาหลวง ซึ่งมีความสูงถึง 1,835 เมตร เหนือ ระดับน้ำทะเลปานกลาง และเนื่องจากตั้งอยู่ในคาบสมุทร จึงได้รับอิทธิพล จากมรสุมทั้งสองด้านทำให้มีฝนตกเกือบตลอดปี โดยเดือนที่ฝนตกหนักที่สุด คือเดือนพฤศจิกายน แต่จะมีระยะที่ฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือน เมษายน

ด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของพืชพรรณและสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาหลวงจึงเป็นแหล่งรวม ความหลากหลายทางชีวพันธุ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพืชและสัตว์หายากอยู่มากมาย หลายชนิดเป็นสิ่งมี ชีวิตถิ่นเดี่ยว (Endemic) พบได้เฉพาะที่เขาหลวงเท่านั้น

นอกจากนี้อุทยานฯ เขาหลวงยังมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติหลายเแห่งที่เหมาะสมต่อการพักผ่อนสันทนา การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องป่าศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้ ซึ่งมีให้เลือกหลายระดับหลายรูปแบบ อันได้แก่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
ตามหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หลายแห่งจะจัดทำเส้นทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติได้สะดวก ซึ่งมีตั้งแต่เส้นทางเลาะเลียบธารน้ำตก ซึ่งจะผ่านป่าร่มรื่นและเต็มไปด้วยพรรณไม้ เช่น ที่น้ำตกอ้ายเขียวและน้ำตก พรหมโลก ส่วนเส้นทางพิเศษซึ่งตัดผ่านป่าให้เดินศึกษาธรรมชาติพร้อมชมน้ำตกไปด้วยนั้น จะมีที่น้ำตกกะโรม อันเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ

ทางเดินศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง
น้ำตกกรุงชิงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานฯ ตลอดสองข้างทางเดินเท้าสู่บริเวณน้ำตกเป็น ป่าดิบชื้นเชิงเขา ที่ยังคงสภาพป่าที่สมบูรณ์และสวยงาม เต็มไปด้วยพรรณไม้ป่าดิบที่น่าสนใจมากมาย อย่างเช่น ต้นช้างร้องไห้ ปาล์มหายากของโลก ต้นประที่ผลิใบเป็นสีแดงสวยงามทั้งป่า

เส้นทางเดินป่าสู่ยอดเขาหลวง
เป็นเส้นทางที่ต้องเดินเท้าไต่ระดับความสูงจาก 100-200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จนถึงยอดเขา หลวง ซึ่งอยู่ที่ระดับความสูงถึง 1,835 เมตร นักเดินทางต้องมีเวลามากพอ สำหรับการเดินป่าในเส้นทางนี้ด้วย เพราะการเดินทางไป-กลับ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน

การเดินป่าในเส้นทางนี้นับเป็นการเดินทางที่คุ้มค่า เพราะระหว่างทางจะไปพบกับสภาพป่าครบทุกประเภท ที่ มีในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ซึ่งจะพบพรรณไม้ที่แปลกตาหายากมากมาย เช่น

ป่าดิบชื้นเชิงเขาจะมีต้นมหาสดำ เป็นพืชเด่นขึ้นอยู่ตามหุบเขาที่มีลำธารน้ำไหลผ่าน กล้วยไม้ป่าดงดิบซึ่งหาชม ที่อื่นได้ยากก็จะขึ้นอยู่บริเวณนี้

ส่วนบริเวณป่าดิบเขาที่อยู่ในพื้นที่สูงกว่า 1,500 เมตร ขึ้นไป ตามลำต้นไม้ใหญ่ ตลอดจนพื้นป่าทั่วบริเวณมี พวกมอส เฟิร์น และไลเคนนานาชนิดขึ้นคลุมอย่างหนาแน่น ที่สำคัญ คือมีเฟิร์นบัวแฉกใหญ่ และบัวแฉกใบมนขึ้น อยู่บนยอดเขา

การเดินทาง
หมู่บ้านคีรีวงเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาหลวงและขมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านคีรีวง ให้ บริการนำชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นภายในหมู่บ้านคีรีวง รวมทั้งให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นยอดเขา หลวง โดยจัดหาคนนำทางลูกหาบ หรือเสบียงให้ นักท่องเที่ยวจะต้องทำหนังสือติดต่อขอนุญาตในการขึ้นเขา หลวงล่วงหน้า ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาหลวง

การเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชใช้เส้นทางหลวง 4015 ประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอลาน สกามีถนนแยกเข้าหมู่บ้านคีรีวงทางขวามือ ไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร

ติดต่อขึ้นเขาหลวงที่ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านคีรีวง ศูนย์องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน หมู่ที่ 5 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80230

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้นำรถไปเอง มีคิวรถสองแถวบริการรับ-ส่ง ระหว่างตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยว ต่าง ๆ จอดอยู่บริเวณตลาดแม่สมจิตร ในอำเภอเมือง

ส่วนการเดินทางไปน้ำตกกรุงชิงไปได้โดยเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวง 4016 ผ่าน ทางเข้าน้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว ถึงสามแยกนาเหลงเลี้ยวซ้าย ถึงบ้านโรงเหล็ก กิ่งอำเภอนบพิตำ เลี้ยวขวาไป ต่อตามเส้นทางหลวง 4186 ถึงบ้านห้วยพาน เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวง 4188 รวมระยะทางประมาณ 62 กิโลเมตร มีถนนแยกเข้าสูหน่วยฯ กรุงชิงอีก 8 กิโลเมตร อยู่ทางด้านซ้ายมือ

สอบถามรายละเอียดข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 2 สนามหน้าเมือง ถนนราช ดำเนิน อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช 80000 โทร. (075) 346515-6 โทรสาร 346517
 
 
 

 
>> การเดินป่า
>> ชนิดของป่าในเมืองไทย
>> ข้อปฏิบัติ
>> การเตรียมตัวเที่ยวป่า
>> เส้นทางการเดินป่า
   
กลับไปดูกิจกรรมทั้งหมด
@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com