ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791

:: จังหวัดตาก ::


อ. เมือง
ศาลหลักเมืองสี่มหาราช
ตั้งอยู่ที่บ้านปากร้อง หมู่ที่ 6 ต. ป่ามะม่วง อยู่เชิงสะพานกิตติขจร ก่อนเข้าตัวเมืองตาก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เมืองตากเป็นเมืองเก่าก่อนสมัยกรุงสุโขทัย เป็นเมืองที่มีพระมหาราชเจ้าในอดีตได้เสด็จมาชุมนุมกองทัพที่เมืองตากถึง 4 พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแกรง แล้วยกทัพกลับราชอาณาจักรไทย โดยเสด็จผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงนำทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ และได้สร้างวัดพระนารายณ์ ที่เชิงสะพานกิตติขจรปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตากเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอดีตมหาราชทั้งสี่พระองค์ และเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดตาก จึงได้จัดสร้างศาลาหลักเมืองสี่มหาราชขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2535
หนองน้ำมณีบรรพต
อยู่ริมถนนพหลโยธิน ทางซ้ายมือก่อนเข้าตัวเมืองเล็กน้อย หนองน้ำแห่งนี้เป็นบึงขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 60 ไร่ ภายในบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ มีศาลาพักผ่อน
วัดมณีบรรพตวรวิหาร
เป็นวัดหลวงประจำจังหวัด อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1 ใกล้โรงพยาบาลตาก ก่อนเข้าตัวเมืองเล็กน้อย วัดมณีบรรพตตั้งอยู่บนเนินเขาลูกย่อมๆ ด้านหลังเป็นเจดีย์ทรงมอญย่อเหลี่ยมไม้ 16 ภายในอุโบสถมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่วัดนี้ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแสนทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง 30 นิ้ว ชาวบ้านอัญเชิญมาจากวัดร้างแห่งหนึ่งในเขตตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด เมื่อปี พ.ศ. 2473 นับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองตาก
วัดเขาถ้ำ
ตำบลไม้งาม แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 423 เข้าทางลูกรังประมาณ 700 เมตร ทางเข้าถ้ำเป็นเขาสูงประมาณ 70 เมตร มีก้อนหินใหญ่ๆ สลับซับซ้อนกันน่าชม เมื่อขึ้นไปถึงยอด จะแลเห็นทิวทัศน์เมืองตากสวยงามมาก
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนจรดวิถีถ่อง ตัดกับถนนมหาดไทยบำรุง ใกล้ศาลากลางจังหวัด ศาลนี้แต่เดิมอยู่บนดอยวัดเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาในปี 2490 ชาวเมืองเห็นว่า ศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่ พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อยในพระราชอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ 2277 สวรรคต 2325 “รวม 48 พรรษา” ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป และทุกปีในระหว่างวันสิ้นปี และวันปีใหม่จะมีงานฉลองเป็นประเพณี
วัดสีตลาราม (วัดน้ำหัก)
เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดตาก ตั้งอยู่ที่บ้านจีน ตำบลระแหง วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านชุมชน มีถนนรอบวัด ด้านหน้าติดกับถนนตากสิน เหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดน้ำหัก เพราะในสมัยก่อนบริเวณด้านตะวันตกของวัดเป็นแม่น้ำปิง กระแสน้ำไหลหักวน เนื่องจากเมื่อถึงหน้าน้ำหลาก น้ำจากห้วยแม่ท้อซึ่งไหลแรงมากได้ไหลตัดกระแสน้ำของแม่น้ำปิงให้เบนหักมายังท่าน้ำหน้าวัดนี้ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า “วัดน้ำหัก” ต่อมาได้มีการถมดินสองฝั่งแม่น้ำ ร่องน้ำเปลี่ยนไป จึงไม่มีคุ้งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลวนให้เห็นอีก
วัดสีตลารามเป็นวัดเก่า
มีบรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่มากมาย เป็นวัดที่มีกุฏิพระ และโบสถ์สร้างตามศิลปะยุโรป แม้แต่อาคารเรือนไม้เก่าแก่ในวัดก็เช่นกัน ต่อมาพระอุโบสถถูกไฟไหม้จึงสร้างขึ้นใหม่ หน้าอุโบสถมีวิหารคต สร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
ตรอกบ้านจีน
อยู่ใกล้วัดสีตลาราม เป็นย่านค้าขายของเก่าเมืองตาก สมัยที่ลำน้ำแม่ปิงยังไม่ถูกถมเพื่อขยายฝั่ง และยังเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค ที่ส่งมาจากปากน้ำโพขึ้นที่บ้านท่าจีน ย่านนี้จึงคับคั่งด้วยผู้คนที่มาซื้อขายขนถ่ายสินค้า เช่นสำเพ็งในกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันเงียบเหงา ไม่ใช่ย่านการค้าเหมือนแต่ก่อน เป็นเพียงหมู่บ้านที่มีเรือนไทยโบราณสร้างด้วยไม้สักทรงไทย ซึ่งหาดูได้ยากในสมัยปัจจุบัน

อ. อุ้มผาง
ดอยหัวหมด
อยู่ในเขตบ้านอุ้มผาง เป็นภูเขาที่เป็นแนวยาวหลายลูกติดต่อกัน บนภูเขานี้จะไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น แต่จะมีต้นหญ้าเตี้ยๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป รวมทั้งโขดหินเป็นระยะ มองจากด้านล่างขึ้นไปจะเห็นเหมือนพรมสีเขียวแซมด้วยโขดหินและต้นไม้และดอกไม้เป็นแห่งๆ หากขึ้นไปบนยอดเขาจะมองเห็นบ้านอุ้มผางและทิวเขาสลับซับซ้อนกันโดยรอบ ทิวทัศน์สวยงามมาก เหมาะที่จะดูพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกในยามเช้า และดูพระอาทิตย์ตกในยามเย็น การเดินทางไปดอยหัวหมดให้ใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ดังกล่าวได้สวยงาม 2 จุด คือ 1. บริเวณ กม. ที่ 9 โดยต้องเดินขึ้นภูเขาอีกประมาณ 20 นาที 2. บริเวณ กม.ที่ 10 มีทางแยกซ้ายไปลานจอดรถและเดินเท้าอีก 5 นาที ควรไปถึงดอยหัวหมดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นราว 05.00-06.00 น. อากาศบนดอยค่อนข้างเย็น มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา
ถ้ำตะโค๊ะบิ
อยู่ในเขตบ้านแม่กลองใหม่ ออกจากอุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่กลองใหม่ พอถึง กม. 7 มีทางเล็กๆ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กม. ถึงบริเวณหน้าถ้ำ ลักษณะถ้ำมีทางเดินลงไปเป็นชั้นๆ ข้างในจะมีทางแยกหลายทางเป็นถ้ำขนาดใหญ่ เพดานถ้ำสูง ทางเดินกว้างขวางไม่มีกลิ่นอับ อากาศโปร่ง มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ความลึกของถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตร
หมู่บ้านกะเหรี่ยง ปะละทะ
จากอุ้มผางเดินทางไปทางทิศใต้ตามเส้นทางอุ้มผาง-ปะละทะ ประมาณ 27 กม. (เส้นทางเดียวกับไปดอยหัวหมด) จะถึงหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา มีไฟฟ้าใช้ มีสถานีอนามัยและโรงเรียน ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังนิยมการแต่งกายแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง มีการจัดชุมชนเป็นระเบียบ แต่ละบ้านจะมีหูกทอผ้า และเลี้ยงสัตว์ เช่น หมู และไก่ สำหรับใช้เป็นอาหาร
น้ำตกทีลอซู
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันมาก น้ำไหลแรงตลอดปี อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตประมาณ 3 กิโลเมตร เนื่องจากการเดินทางไปชมน้ำตกแต่ละชั้นบางครั้งจะต้องเดินผ่านสายน้ำตก จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
การเดินทางไปน้ำตกทีลอซู
สามารถทำได้ทั้งทางรถยนต์และโดยการล่องแพ เส้นทางรถยนต์นั้นให้ใช้เส้นทาง อุ้มผาง-แม่กลองใหม่-แม่จัน ถึงกิโลเมตรที่ 20 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอีกประมาณ 26 กิโลเมตร ทางช่วงนี้เป็นทางลำลอง จะต้องใช้รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น และในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ หรืออาจติดต่อบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพใน อ. อุ้มผาง ซึ่งมักจะรวมโปรแกรมเที่ยวน้ำตกทีลอซูอยู่ด้วย
การล่องแพในอำเภออุ้มผาง
กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เนื่องจากเส้นทางล่องแพนี้ ผ่านเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางที่ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์มาก ผ่านธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาไม่ซ้ำกันไปตลอดระยะทาง 20 กิโลเมตร เช่น ถ้ำผาโหว่ น้ำตกทีลอจ่อ ธารน้ำร้อน แก่งตะโคะบิ๊ ผาผึ้ง ถ้ำค้างคาว วังน้ำวน น้ำตกมู่ทลู่ เป็นต้น

การล่องแพจะเริ่มจากอำเภออุ้มผางไปตามลำห้วยแม่กลองจนถึงท่าทราย หยุดพักแรม 1 คืน วันรุ่งขึ้นจึงเดินทางจากท่าทราย โดยรถกระบะอีก 30 นาที ไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง แล้วเดินต่อไปยังน้ำตกทีลอซูอีก 3 กิโลเมตร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล่องแพ ช่วงฤดูการที่เหมาะสมในการล่องแพคือ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคมของทุกปี การล่องแพช่วงฤดูฝนจะมีอันตรายมาก เนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยวและระดับน้ำลึก ทำให้การบังคับแพลำบาก จึงไม่ควรล่องแพหน้าฝนอย่างเด็ดขาด

การเตรียมตัวสำหรับการล่องแพ
แม้ว่าการล่องแพตามฤดูกาลที่แนะนำจะไม่มีอันตรายจากธรรมชาติ เนื่องจากกระแสน้ำไม่เชี่ยวและระดับน้ำไม่ลึก อีกทั้งลำห้วยแม่กลองไม่กว้างมาก ฝั่งทั้งสองอยู่ห่างจากแพข้างละ 8-10 เมตรเท่านั้น นักท่องเที่ยวก็ควรจะให้ความระมัดระวังในขณะล่องแพ และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการล่องแพที่สนุกสนานและปลอดภัย ดังนี้

- สวมเสื้อผ้า และรองเท้าแบบสบายๆ ไม่ควรหนา และรัดจนเกินไป
- สวมหมวกกันแดด
- ควรมีเสื้อชูชีพโดยเฉพาะคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น
- เตรียมเชือกมนิลายาวประมาณ 30-50 เมตร เพื่อใช้ใน กรณีฉุกเฉิน
- กระเป๋ากันน้ำหรือถุงพลาสติกสำหรับใส่กล้องถ่ายรูป
- ถุงสำหรับใส่เศษขยะเพื่อนำมาทิ้งบนบก


การติดต่อล่องแพสามารถติดต่อได้กับสถานที่พักใน อ. อุ้มผาง หรืออาจติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยวต่างๆ

ค่าใช้จ่ายในการล่องแพ จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนคนและระยะเวลาการล่องแพ

อ. บ้านตาก
วัดพระบรมธาตุ
อยู่ที่ตำบลเกาะตะเภา อยู่ห่างจากตัวเมืองตากประมาณ 36 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1107 ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1175 อีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะแลเห็นวัดพระบรมธาตุอยู่ทางซ้ายมือ หรือถ้าใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 442 เข้าอำเภอบ้านตากประมาณ 300 เมตร เลี้ยวขวาเข้าตลาดบ้านตากไปจนสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่ปิง แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดท่านา เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทุ่งยั้งไปจนสุดถนน เลี้ยวขวาไปสุดทางราดยางเข้าถนนลูกรังจนถึงสามแยก แล้วแยกซ้ายอีก 200 เมตร ถึงวัดพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ

เป็นวัดเก่าแก่ ได้รับการปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งแล้ว ตัวอุโบสถมีประตูเป็นไม้แกะสลักสวยงาม หน้าบันและจั่วเป็นไม้ หน้าต่างแกะเป็นพุทธประวัติปิดทอง หัวบันไดเป็นนาค วิหารของวัดซึ่งเป็นวิหารเก่ามีเพดานสูง 2 ชั้น มีช่องลมอยู่โดยรอบ ทำให้อากาศภายในเย็น วิหารนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีวิหารไม้เก่าแก่ที่มีลายแกะสลักไว้ให้ชม นับเป็นวัดที่มีคุณค่าในทางโบราณคดีมาก
เจดีย์ยุทธหัตถี
หรือเจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเจดีย์ชนช้าง ตั้งอยู่บนดอยช้าง ตำบลเกาะตะเภา อำเภอบ้านตาก ดอยช้างเป็นเนินดินเล็กๆ อยู่ทางเหนือของดอยพระธาตุไปเล็กน้อย เจดีย์นี้เป็นโบราณสถาน มีอายุอยู่ในสมัยกรุงสุโขทัยรวม 700 ปีเศษ องค์เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่เยื้องกับวัดพระบรมธาตุประมาณ 200 เมตร

ลักษณะของเจดีย์ยุทธหัตถี เป็นศิลปะแบบสุโขทัยคล้ายกับองค์อื่นๆ ทั่วไปในเมืองสุโขทัย ก่ออิฐถือปูนฐานกว้าง 12 เมตร เป็นเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขึ้นไปสูง 16 เมตร เหนือเรือนธาตุทำเป็นลำสี่เหลี่ยมย่อมุมตลอดถึงยอดที่เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ยอดสุดมีฉัตร มีร่องรอยการซ่อมแซมตลอดมา แต่ไม่เสียทรงเดิม ฐานพุ่มมีลายปั้นเป็นรูปหน้าสิงห์สวยงาม หน้าสิงห์ด้านทิศเหนือยังสมบูรณ์ ด้านอื่นๆ ชำรุดและมีรอยซ่อม องค์เจดีย์ส่วนใหญ่มีคราบตะไคร่น้ำจับอยู่ทั่วไป จะมีการขุดแต่งหรือสถานที่ก็ต่อเมื่อใกล้วันจะมีงานเทศกาล ซึ่งเป็นงานเดียวกับงานไหว้พระธาตุบ้านตาก

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึงเรื่องเจดีย์ยุทธหัตถีในหนังสืออธิบายระยะทางล่องลำน้ำปิงว่า “... มีพระเจดีย์อีกองค์หนึ่งบนดอยช้าง เหนือดอยพระธาตุเรียกว่าพระปรางค์ แต่ที่จริงเป็นพระเจดีย์แบบสุโขทัยเหมือนพระเจดีย์องค์กลางที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวเมืองศรีสัชนาลัย และพระเจดีย์ที่วัดกระพังเงินในเมืองสุโขทัย พระเจดีย์รูปนี้ที่วัดพระธาตุเมืองกำแพงเพชรก็มีอีกองค์หนึ่ง เข้าใจว่าเป็นฝีมือช่างครั้งกรุงสุโขทัยสร้างไว้ขนาดสูงตลอดยอดประมาณ 20 วา มีผู้ซ่อมแต่ซ่อมดีไม่แก้รูปเดิม ลายหน้าราหูยังปรากฏอยู่ พระเจดีย์องค์นี้สร้างบนยอดดอยที่ต่ำกว่าดอยที่สร้างพระธาตุ ควรเข้าใจว่าสร้างทีหลังพระธาตุในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมีเรื่องปรากฏว่า เมื่อครั้งพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ อันเป็นวงศ์พระร่วงครองกรุงสุโขทัยนั้น ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด เข้ามาตีเมืองพ่อขุนศรีอินทราทิตย์แตกทัพ พ่อขุนรามคำแหงผู้ราชบุตรเข้าชนช้างกับขุนสามชนจนมีชัยชนะ ข้าศึกแตกพ่ายไป น่าสันนิษฐานว่าพระเจดีย์องค์นี้จะสร้างเป็นของเฉลิมพระเกียรติเรื่องชนช้างคราวนั้น แต่พระเจ้ารามคำแหงจะสร้างเองหรือจะสร้างในรัชกาลหลังมา ไม่มีเค้าเงื่อนจะรู้ได้แน่ ...”



อ. สามเงา
ผาสามเงา
อยู่ในตำบลย่านรี จากตัวจังหวัดใช้เส้นทางหมายเลข 1107 ผ่านทางแยกไปเจดีย์ยุทธหัตถีไปประมาณ 25 กิโลเมตร หรือถ้าใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 463 จะมีทางแยกซ้ายเข้าเขื่อนภูมิพลไปประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงอำเภอสามเงา จะมองเห็นขุนเขาใหญ่ลูกหนึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ผาสามเงา” เพราะที่เชิงเขาริมหน้าผานั้น เจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน 3 ช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์ มีบันไดไม้ต่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้ ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า พระนางจามเทวีราชธิดาแห่งกรุงละโว้เป็นผู้สร้างเมื่อครั้งเดินทางตามลำน้ำแม่ปิงเพื่อขึ้นไปครองเมืองหรืภุญไชยหรือลำพูน
เขื่อนภูมิพล (เขื่อนยันฮี)
แยกซ้ายจากทางหลวงหมายเลข 1 ตรงกิโลเมตรที่ 463-464 ประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นทางราดยางเปิดให้ชมเขื่อนเวลา 07.00-17.00 น.

บริษัทนำเที่ยวจัดบริการล่องเรือในทะเลสาบแม่ปิง เหนือเขื่อนภูมิพล

บริษัทท่องนที จำกัด 13 ถ. รัชดาภิเษก ท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โทร. 457-6873-4, 457-3428, 467-2557 โทรสาร 457-6875

บริษัทเอเดลไวซ์ ปริ้นเซส 302/47 ซ. ลาดพร้าว 71 บางกะปิ กรุงเทพฯ 10310 โทร. 931-2810-4

แพแม่ปิงทัวร์ (ทองอินทร์ทัวร์) ติดต่อคุณนุสิทธิ์ โคกทอง 76/2 หมู่ 5 ต. สามเงา อ. สามเงา จ. ตาก 63160 โทร. 549310

แพแม่ปิงรีสอร์ท ติดต่อคุณสมมาตร สุวรรณทิพเนตร 123 หมู่ 5 ต. บ้านนา อ. สามเงา จ. ตาก โทร. 599061, (01) 901-2831
พระพุทธบาทดอยเขาหนาม
เป็นเกาะกลางน้ำ มีวัดพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่บนยอดดอย ภายในวัดมีรอยพระพุทธบาทและศาลาประดิษฐานองค์พระประธาน ทิวทัศน์โดยรอบงดงาม
เกาะวาเลนไทน์
เป็นเกาะเล็กๆ มีหาดทราย สามารถเล่นน้ำได้

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะทั้งสองได้โดยเช่าเรือจากเขื่อนภูมิพลล่องไปตามลำน้ำประมาณ 15-30 นาที

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดบริการบ้านพักและเกมกีฬาบางประเภท เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว อาทิเช่น สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส เรือเช่า รายละเอียดดังกล่าวติดต่อได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 436-3272 (จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.) หรือที่เขื่อนภูมิพล โทร. (055) 599093-7 ต่อ 3234 (จันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-16.30 น.)


อ. แม่สอด
วัดมณีไพรสณฑ์
อยู่ในตลาดแม่สอด วัดนี้มีเจดีย์วิหารสัมพุทเธ ซึ่งมีลักษณะแปลกคือ บนองค์เจดีย์มีเจดีย์เล็กๆ ล้อมรอบถึง 233 องค์ และมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง 512,028 องค์

นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ที่บริเวณหน้าบันและหลังคามีลายไม้ฉลุสวยงาม และบริเวณโดยรอบวัดมีซุ้มและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น หลวงพ่อสังกัจจาย พระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์ เป็นต้น

วัดชุมพลคีรี
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแม่สอด เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ภายในประดิษฐานเจดีย์สร้างใหม่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่า ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บกลองโบราณอายุกว่า 200 ปี
แม่น้ำเมย (พม่าเรียกแม่น้ำต่องยิน)
จากตัวอำเภอแม่สอดไปทางตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข 105 ประมาณ 6 กิโลเมตร สุดเขตแดนไทยจะถึงแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนไทยกับพม่า แม่น้ำสายนี้ไหลขึ้นมิได้ไหลล่องเช่นแม่น้ำโดยทั่วไป แม่น้ำเมยมีต้นน้ำอยู่ที่ตำบลพบพระ อำเภอแม่สอด แล้วไหลผ่านอำเภอแม่ระมาด ท่าสองยาง ตลอดถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนบรรจบกับแม่น้ำสาละวินแล้วไหลเข้าในเขตพม่าลงอ่าวมะตะบัน น้ำในลำแม่น้ำเมยจะมีน้อยมากในฤดูร้อน
ตลาดริมเมย
เป็นชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของสหภาพพม่า เป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทยและพม่า เช่น หน่อไม้แห้ง ปลาแห้ง ปลาหัวยุ่ง เห็ดหอม ถั่ว เครื่องหนัง ผ้าซาติน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าอัญมณี เช่น หยก ทับทิม และพลอยสีจากพม่า

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสงค์จะข้ามไปยังประเทศพม่าจะต้องแลกเงินจ๊าดตรงด่านตรวจ เพื่อเป็นค่าผ่านแดน และค่าเรือทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ทั้งนี้คนรับแลกเงินจะจัดเงินไว้เป็นชุดๆ เพื่อความสะดวก เวลาที่เปิดให้ข้ามไปยังประเทศพม่า เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
วัดไทยวัฒนาราม
อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอดประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตามทางไปตลาดริมเมย วัดนี้แต่เดิมเรียกว่า วัดแม่ตาวเงี้ยว หรือวัดไทยใหญ่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ. แม่สอด จ. ตาก เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิการมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณีศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศพม่า วัดนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2410 โดย นายมุ้ง (เป็นชาวพม่ารัฐฉาน ที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่ อ. แม่สอด) ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “หมื่นอาจคำหาญ” และพวก เป็นผู้ริเริ่มในการก่อสร้าง ใช้ชื่อว่า วัดแม่ตาวเงี้ยว หรือวัดไทยใหญ่ จนถึง พ.ศ. 2500 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้วัดแม่ตาวเงี้ยว เป็นวัดพระพุทธศาสนาในสังกัดกรมศาสนา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดไทยวัฒนาราม ในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามุนี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุนีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ ประเทศพม่า นับเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาว จ. ตาก ศรัทธาเลื่อมใสกันมาก นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ พระพุทธรูปหินอ่อน วิหารเจดีย์สีชมพู และศาลาการเปรียญลายไม้ฉลุรูปแบบพม่า
คอกช้างเผือก
ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจ ต. ท่าสายลวด อ. แม่สอด การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงตลาดริมเมย ประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนารามตามทางราดยางประมาณ 2 กม. จะพบทางแยกซ้ายมือประมาณ 100 เมตร จะพบโบราณสถานคอกช้างเผือก หรือเพนียดช้าง ทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญ มีความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร ปากทางเข้าของเพนียดอยู่ติดเชิงเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก กำแพงเพนียดที่ปิดกั้นคล้ายรูปขวดหมึก หันหลังให้กับแม่น้ำเมย ด้านตะวันตก

ประวัติตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พงศาวดารกล่าวว่า มะกะโท (คนเลี้ยงช้าง) เป็นชาวมอญ ได้เข้ารับราชการเป็นขุนวัง ได้ลักพาตัวพระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงหนีไปอยู่กรุงหงสาวดี ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่า พระเจ้าฟ้ารั่ว เมืองตากเป็นชานเมืองของกรุงสุโขทัย ได้มีช้างเผือกอาละวาด พ่อขุนรามคำแหงทรงทราบ พระองค์ทรงประกอบพิธีเสี่ยงทายและทรงเสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่า หากช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บุญบารมีกษัตริย์นครใด ก็ขอให้บ่ายหน้าไปทางทิศนั้น สิ้นคำอธิษฐาน ช้างเผือกเปล่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตก พ่อขุนรามคำแหงทราบทันทีว่าเป็นช้างเผือกคู่บุญบารมีของพระเจ้าฟ้ารั่ว จึงให้ทหารนำสาสน์ไปแจ้งว่าจะนำช้างมามอบให้ ทหารที่ติดตามช้างเผือกมาจนถึงบริเวณเชิงเขาจึงนำเพนียดล้อมเอาไว้ และได้ทำพิธีมอบช้างให้กับพระเจ้าฟ้ารั่ว ณ ที่แห่งนี้
พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่
ตั้งอยู่เขตบ้านวังตะเคียน การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับคอกช้างเผือก ผ่านหมู่บ้านท่าอาจ และหมู่บ้านวังตะเคียนไปก็จะพบทางแยกขวามือที่ศาลาพักร้อน มีป้ายบอก พระธาตุหินกิ่ว 3 กม. พระธาตุหรือเจดีย์หินกิ่วเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ คือก้อนหินมหึมาที่มีความสวยน่าทึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา เป็นหินที่กิ่วคอดเหมือนจะขาดออกจากกันบนหินนั้น มีเจดีย์ทรงมอญสร้างไว้มีขนาดพอดีกับหิน นับเป็นสิ่งที่ปรากฏการณ์จากธรรมชาติและศักดิ์สิทธิ์ ชาวจังหวัดตากและใกล้เคียงหลั่งไหลมากราบไหว้เสมอ เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุหินกิ่ว ชาวบ้านจะเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า เจดีย์หินพระอินทร์แขวน

ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลจังหวัด จ.ตาก
โรงแรม ที่พัก โรงแรม ที่พัก
ร้านอาหาร ร้านอาหาร
ของฝาก ที่ระลึก ของฝาก ที่ระลึก
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
เทศกาล ประเพณี เทศกาล ประเพณี
กิจกรรม กิจกรรม
เที่ยวตามฤดู เที่ยวตามฤดู

แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ
    อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
    อุทยานแห่งชาติแม่กาษา
    อุทยานแห่งชาติลานสาง
    อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
    อุทยานแห่งชาติแม่เมย
    อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
    อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
 


@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com