ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791

:: จังหวัดศรีสะเกษ ::


อ. เมือง
วัดมหาพุทธาราม
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ "หลวงพ่อโต" เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ ๖.๘๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๓.๕๐ เมตร เป็น
สวนสมเด็จศรีนครินทร์
ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๒ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ๒๓๗ ไร่ ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่จำนวนกว่าสี่หมื่นต้น เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ต้นลำดวนซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หอมนี้จะผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีด จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่นเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนทั่วไป มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ
ตึกขุนอำไพพาณิชย์
ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองฯ ที่ถนนอุบล เป็นตึกเก่าของขุนอำไพพาณิชย์ (อินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีสะเกษ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยช่างชาวจีนและชาวมอญ ตัวอาคารมีรูปทรงและลวดลายปูนปั้นที่งดงามตามคติความเชื่อของชาวจีน ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมืองเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ปัจจุบันกรมศิลปากรไก้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาณ
พระธาตุเรืองรอง
ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง ห่างจากเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๓๗๓ สายศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย ประมาณ ๗.๕ กิโลเมตร เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยผสมศิลปอีสานใต้สี่เผ่าไทย ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร เยอ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว พระธาตุมีความสูง ๔๙ เมตร แบ่งออกเป็น ๖ ชั้น ชั้นที่ ๑ ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นที่ ๒-๓ เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่าไทย ชั้นที่ ๔ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ชั้นที่ ๕ ใช้สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่ ๖ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย
ตั้งอยู่ที่บ้านกลาง ตำบลขยง ห่างจากตัวจังหวัด ๘.๗ กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือ ติดเส้นทางสายศรีสะเกษ-อุทุพรพิสัย (ทางหลวง ๒๒๖) ปราสาทหินสระกำแพงน้อยประกอบด้วยปรางค์และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์ วิหาร และสระน้ำ ล้วนล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับบนแท่น มีหงส์แบก ๓ ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เป็นศิลปะแบบบาปวนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ สันนิษฐานว่าปราสาทหินแห่งนี้เดิมเป็นศาสนสถานมาก่อน แล้วต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหม่ สังเกตได้จากมีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า "อโรคยาศาล" หมายถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง

อ. อุทุมพรพิสัย
ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่
ตั้งอยู่ที่บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ ริมทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ ห่างจากจังหวัด ๒๖ กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอ ๒ กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ลักษณะเป็นปรางค์ ๓ องค์บนฐานเดียวกัน เรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มีอิฐแซมบางส่วน มีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล ส่วนปรางค์อีก ๒ องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก ๑ องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ ๒ หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคตก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง ๔ ทิศ

ส่วนวิหารที่ก่อด้วยอิฐซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือนนทิ

ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กรมศิลปากร และได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช, พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะและยังพบพระพุทธรูปนาคปรก, พระพุทธรูปปางสมาธิ, พระพิมพ์ดินเผา ฯลฯ

จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้าบัน ทับหลัง และโบราณวัตถุต่างๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่ สรุปได้ว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ และเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน


อ. ห้วยทับทัน
ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน)
ตั้งอยู่ที่วัดปราสาทพนาราม บ้านปราสาท จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางไปตามทางหลวงสาย ๒๒๖ ประมาณ ๓๙ กิโลเมตร ถึงอำเภอห้วยทับทัน แล้วเลี้ยวขวาตามทางลูกรังไปอีก ๘ กิโลเมตร

ปราสาทห้วยทับทัน เป็นโบราณสถาณแบบขอมแห่งหนึ่งที่ถูกดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะส่วนหลังคาซึ่งคล้ายคลึงกันมากแต่มีขนาดสูงกว่าประกอบด้วยปรางค์อิฐ ๓ องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเดิมมี ๓ หรือ ๔ ทิศ ปัจจุบันคงเหลือเพียงด้านทิศใต้เท่านั้น

ปรางค์องค์กลางขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีก ๒ องค์ ที่ขนาบข้างเล็กน้อยแต่ส่วนหลังคาเตี้ยกว่า เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเดียวด้านหน้าทางทิศตะวันออก มีกรอบประตูหินทราย และทับหลังติดอยู่เป็นภาพบุคคลยืนอยู่เหนือหน้ากาล ส่วนท่อนพวงมาลัยมีลายมาแบ่งที่เสี้ยวภาพบุคคลยืนในซุ้มเรือนแก้ว ไม่อาจสันนิษฐานว่าเป็นผู้ใดด้วยลายสลักยังไม่แล้วเสร็จ

ปรางค์สององค์ที่ขนาบข้างขนาดเดียวกันได้รับการดัดแปลงรูปแบบไปมากโดยเฉพาะส่วนหลังคาและประตูซึ่งก่อทึบหมดทุกด้าน ยังคงปรากฏกรอบประตูหินทราย และชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพการกวนเกษียรสมุทรตกอยู่หน้าประตูปรางค์องค์ที่อยู่ด้านทิศใต้

จากลักษณะทางด้านศิลปกรรมของทับหลังที่ปรากฏอาจสันนิษฐานได้ว่าปราสาทแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ร่วมสมัยศิลปะขอมแบบคลัง-บาปวนของเขมร และในสมัยหลังต่อมาได้รับการดัดแปลง


อ. ปรางค์กู่
ปราสาทปรางค์กู่
ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทาง ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าถึงได้สองเส้นทางคือ ใช้เส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง ๒๒๓๔ หรือใช้เส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์ แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง ๒๑๖๗ ปรางค์กู่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๑๐ กิโลเมตร ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโตๆ เหมือนปราสาทศรีขรภูมิที่จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
ปราสาทบ้านสมอ
ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ บ้านทามจาน ตำบลสมอ ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๐ และ ๒๑๖๗ ประมาณ ๕๒ กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ ๘ กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ภายในขององค์ปรางค์มีรูปประติมากรรมจำหลัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘

อ. ขุขันธ์
ปราสาทตาเล็ง
ตั้งอยู่ที่หมู่ ๖ บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ การเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ตามทางหลวงสาย ๒๒๐ จนถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป ๓ กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย ๓๐๐ เมตร แล้วเลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร จนถึงบ้านปราสาท แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง ปราสาทตั้งอยู่ด้านขวามือ ปราสาทตาเล็งลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวตั้งอยู่บนฐานองค์ปรางค์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสองหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน มีประตูเข้าได้เพียงประตูเดียวด้านหน้า อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญคือเสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคงมีลวดลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗

นอกจากนี้บนพื้นรอบๆ ยังมีทับหลังวางอยู่หลายชิ้น ชิ้นหนึ่งวางอยู่หน้าประตูด้านทิศเหนือ สลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยออกมาจากปากและยึดท่อนพวงมาลัยนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทับหลังชิ้นอื่นๆ ลักษณะคล้ายกัน ทับหลังชิ้นหนึ่งมีแนวภาพตอนบนสลักเป็นรูปฤาษีนั่งเรียงกันในท่าสมาธิ ๗ ตอน จากลักษณะทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ปรากฏกล่าวได้ว่าปราสาทตาเล็ง สร้างขึ้นในศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราว พ.ศ. ๑๕๖๐-๑๖๓๐

อ. ขุนหาญ
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)
ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาล การเดินทางจากศรีสะเกษไปอำเภอขุนหาญสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๑ และ ๒๑๑๑ ผ่านอำเภอพยุห์ อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ ๖๑ กิโลเมตร สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบนับล้านๆใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค นับเป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้วซึ่ง มีความวิจิตรงดงามมาก
ปราสาทตำหนักไทร (ปราสาททามจาน)
ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง ริมทางหลวงหมายเลข ๒๑๒๗ (ขุนหาญ-บ้านสำโรงเกียรติ) ห่างจากอำเภอขุนหาญ ๒๐ กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด ๘๑ กิโลเมตร
ปราสาทตำหนักไทร
เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย พื้นที่รอบๆ มีการปรับสภาพจนราบเรียบ ปราสาทก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกว้าง-ยาว ๔ เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้า อีก ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก คือ สลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว เฉพาะด้านหน้ากรอบประตูเป็นหินทราย แต่เดิมเคยมีทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระชายาลักษมีนั่งอยู่ที่ปลายพระบาท และมีพระพรหมผุดมาจากพระนาภี สองข้างพระพรหมเป็นรูปฤาษีและบุคคลนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ปราสาทตำนักไทรเป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖
น้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ)
ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ มีต้นกำเนิดจากภูเขากันทุง ในเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง ๘ เมตร มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน จะมีความสวยงามในฤดูฝน การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๑ เมื่อถึงเขตอำเภอขุนหาญ มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด ๘๑ กิโลเมตร
น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)
อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ ๒๔ กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด ๘๕ กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข ๒๒๓๖ เส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

อ. กันทรลักษ์
ปราสาทโดนตวล
ตั้งอยู่ที่บ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู ห่างจากหมู่บ้าน ๘ กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอ ๓๘ กิโลเมตร ตามเส้นทาง อำเภอกันทรลักษ์-ผามออีแดง เป็นปราสามขอมโบราณขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูง บนเทือกเขาพนมดงรัก ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท
ผามออีแดง
ตั้งอยู่ปลายสุดของทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้ ๓๔ กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙๘ กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหาร ผามออีแดงมีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ ริมหน้าผาสูงติดกับพื้นที่ประเทศกัมพูชาซึ่งอยู่เบื้องล่าง เป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหาร ในระยะใกล้เพียง ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก และทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักหินนูนต่ำศิลปะเขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
ปราสาทเขาพระวิหาร
ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักในเขตประเทศกัมพูชาบริเวณที่ติดกับผามออีแดงของประเทศไทย โดยตัวปราสาทหันหน้ามายังด้านที่ติดกับประเทศไทย ดังนั้นการเข้าชมปราสาทในทางบกจึงต้องใช้เส้นทางที่ผ่านผามออีแดงของประเทศไทยเท่านั้น
ปราสาทเขาพระวิหาร
เป็นเทวสถานขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ประกอบด้วยปราสาท ๔ ชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่บนแนวเขาที่เป็นเนินสูงลดหลั่นกันขึ้นไปตามลำดับทั้ง ๔ ชั้น ทางเดินระหว่างชั้นของปราสาทได้อาศัยแผ่นศิลาบนผิวพื้นภูเขานั้นเป็นแนวถนน และขั้นบันได โดยตกแต่งให้มีระดับต่อเนื่องกันจนถึงยอดสูงสุดอันเป็นที่ตั้งของปราสาทชั้นที่ ๔ ซึ่งเป็นปราสาทองค์ประธานอยู่ชิดกับหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๖๕๗ เมตร

จากหลักฐานที่ปรากฏในจารึกแสดงว่าเขาพระวิหารแห่งนี้เป็นศิวะสถานสร้างขึ้นในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ก็ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติมโดยลำดับจนสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำประกาศของทางราชการไว้บนแผ่นศิลาจารึกด้วย

ปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้เดิมเคยอยู่ในความปกครองดูแลของไทย และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมาได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชาสืบมาจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่น้ำตกภูละออ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลเสาธงชัย การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๑ (กันทรลักษ์-ผามออีแดง) ระยะทางประมาณ ๒๓ กิโลเมตร ถึงบ้านภูมิซรอล-น้ำตกสำโรงเกียรติ ประมาณ ๘ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่น้ำตกภูละอออีก ๒.๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย

น้ำตกภูละออ
เป็นน้ำตกขนาดเล็กจะสวยงามในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ ทางเดินท้าวจากบริเวณลานจอดรถถึงน้ำตกในระยะทางไป-กลับประมาณ ๔ กิโลเมตร ได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางที่ให้ความรู้เรื่องพืชพันธุ์และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวในลักษณะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางเที่ยวชมสวนชิมผลไม้ศรีสะเกษ ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ ๕ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ (กันทรลักษ์-ผามออีแดง) ทางด้านขวามือมีเส้นทางที่ตัดผ่านหมู่บ้านทุ่งใหญ่ บ้านทุ่งสว่าง บ้านร่องตาชุน บ้านชำม่วง และบ้านหนองเก่า รวมระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร (ทางลาดยางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร) นับเป็นแหล่งสวนเกษตร-สวนผลไม้ ที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษที่ให้ผลผลิตหลากหลายประเภท เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ และยางพารา เป็นต้น

ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสวนเกษตรดังกล่าวจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดและเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะชมสวนชิมผลไม้ และซื้อผลผลิตจากสวนโดยตรง ซึ่งสวนเกษตรที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนเงาะบ้านชำม่วง สวนทุเรียน บ้านซำขี้เหล็ก และสวนสะตอ สวนมะม่วงนอกฤดูบ้านหนองเก่า

ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลจังหวัด จ.ศรีสะเกษ
โรงแรม ที่พัก โรงแรม ที่พัก
ร้านอาหาร ร้านอาหาร
ของฝาก ที่ระลึก ของฝาก ที่ระลึก
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
เทศกาล ประเพณี เทศกาล ประเพณี
กิจกรรม กิจกรรม
เที่ยวตามฤดู เที่ยวตามฤดู

แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ
    อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
 


@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com