| |
สถานีฯ แห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคา
บ้าน
คนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอดเมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้าน
ของชาวเขาเผ่ามูเซอ ซึ่งในสมัยนั้นชาวเขากลุ่มนี้ยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ
สะพายดาบพระองค์จึงมีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็น
แปลง
เกษตรและ พ.ศ. 2535 |
สถานีฯจึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่พืชน้ำมันโดยมุ่งที่จะหาผลิตผล ที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทน
การปลูกฝิ่นของ
ชาวเขา
และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียงสามารถชมแปลง
ทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่ กีวีพลับ ลูกไหน เป็นต้นพืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท
แตงกวา ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก
เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบแอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ มีการจำหน่าย ผลิตผลที่ปลูกในบริเวณ
โครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล |
 |
ในสถานีฯ มีที่พักและมีสถานที่กางเต็นท์ บริการแก่นักท่องเที่ยว การเดินทางไปตามเส้นทางเชียงใหม่-ฝางประมาณกิโลเมตรที่137 มีทางแยกซ้าย
เข้าบ้านยางที่ตลาดท่าคา เข้าไปอีกประมาณ 26 กิโลเมตร จะเป็นสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางซึ่งมีโครงการวิจัยผลไม้ไม้ดอกเมืองหนาว และผลิตผล
ที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา |
|
. |