ภูทับเบิก
มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา ป่าไม้ ต้นไม้เมืองหนาวและน้ำตก มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเข้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ |
| |
|
| |
นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (ระยะทางประมาณ 35 กม.) อ.นครไทย จ.พิษณุโลก |
| |
|
| |
| ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 ต.วังตาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงทำให้ภูทับเบิกมีสีสันด้วยวิถีชาวไทยภูเขา ซึ่งประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา |
| |
|
| |
จากสภาพดังกล่าว จึงทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แลดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสแก่นแท้วิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังมีกระแสความนิยมอยู่ทั่วไป ภายใต้คำกล่าวที่ว่า นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน |
| |
|
| |
การเดินสู่ภูทับเบิกจากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กม. ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก ถึงอำเภอหล่มเก่า 17 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กม. รวมระยะทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ถึงบ้านทับเบิก ประมาณ 97 กม. |
| |
|
| |
| ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพัก 3 หลัง พักได้หลังละ 6-10 คน ราคาหลังละ 400 บาท นอกจากนี้ยังมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า มีร้านอาหารบริการ และบริการรถยนต์นำเที่ยว คันละ 900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภูทับเบิก call center โทร. 0 5670 9465 |
| |
|
|
. |